
Challenge
แม้ STABLE INTER จะเคยประสบความสำเร็จกับ Google Ads ในอดีต แต่ด้วยการแข่งขันและระบบ Ads Algorithm ที่เปลี่ยนไป ทำให้พบอุปสรรคสำคัญ
- Wasted Media Spend: งบประมาณโฆษณาที่จ่ายไปเริ่มไม่สะท้อนกลับมาเป็นผลลัพธ์ทางการตลาด
- Digital-Blind: ไม่สามารถ Track จำนวน Leads ได้ว่ามาจาก Search Keyword หรือ Landing Page หน้าไหน ทำให้ไม่สามารถต่อยอดได้
- Drop-off: จำนวน Traffic เข้ามาเยอะ แต่หายออกไปเนื่องจาก Website หรือ Landing Page ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทำ Conversion
Solution
เรามีการปรับปรุง Campaign Structure ให้สอดคล้องกับ Algorithm ใหม่ของ Google Ads และติดตั้งระบบ Tracking อย่างครอบคลุม เพื่อให้สามารถตรวจสอบต้นทางของ Leads ได้
- Campaign Audit: ปรับ Target Keyword ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ STABLE INTER สามารถเข้าถึงกลุ่มที่มีความต้องการจริง และวางระบบในการ A/B Testing คำโฆษณา แบบต่างๆ เพื่อหาส่วนผสมที่ดึงดูดลูกค้าได้แม่นยำที่สุด
- Landing Page Optimization: ก่อนที่เราจะ Redesign Website ของ STABLE INTER เราได้ลองปรับปรุงหน้าตาและเนื้อหาบน Landing Page เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของ Leads
- Data-Driven: ติดตั้ง Tracker บนเว็บไซต์เช่น Google Analytics, Microsoft Clarity หรือ Google Search Console เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายอย่างใกล้ชิด
Outcome
ใน 1 เดือนแรกที่ทำ Google Ads หลังจากการปรับ Structure Campaign และติดตั้ง Conversion Tracking โฆษณา เราสามารถเข้าถึง Deicsion Maker ของ Project ก่อสร้างโรงงาน และปิดดีลได้สำเร็จ
ภายใน 3-6 เดือนเรามองเห็น Potential ในการเติบโตจึงตัดสินใจ Redesign Website เพื่อให้รองรับการเติบโตในระยะยาว คู่ไปกับการทำ Paid Advertising
- Acquisition Cost ลดลงถึง 35% จาก Benchmark เดิมที่เคยทำได้ ทำให้สามารถหา Qualified Leads ได้มากขึ้นด้วยต้นทุนงบโฆษณาที่ถูกลง
- จำนวน Qualified Leads เติบโตขึ้นเฉลี่ย 124%
- ทำได้เกินเป้าหมาย KPI ที่ตั้งไว้เฉลี่ย 54%
Key Takeaway
การ Track ที่มาขอ Leads ได้อย่างถูกต้อง คือจุดเริ่มต้นของการทำ Performance Marketing ที่ยั่งยืน
การมี Conversion Data ที่ถูกต้องจะช่วยให้เราสามารถตัดสินใจทางการตลาดได้อย่างแม่นยำขึ้น นอกจากนี้…มันยังถูกใช้เพื่อเป็นข้อมูลให้ Algorithm ของแต่ละ Plarform นำส่งโฆษณาของเราได้อย่างแม่นยำขึ้นในระยะยาวด้วย

